Black Ribbon

CBAM เขย่าเกมการค้าโลก ไทยเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

03 กรกฎาคม 2569
CBAM เขย่าเกมการค้าโลก ไทยเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
  • มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปกำลังขยายขอบเขตจากวัตถุดิบต้นน้ำไปสู่สินค้าปลายนํ้า เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้คาร์บอนแฝงกลายเป็นต้นทุนการค้าที่สำคัญ
  • ผู้ผลิตไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังยุโรปจะถูกกดดันให้ต้องแสดงข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับและมีมาตรฐานรองรับ
  • แรงกดดันจาก CBAM ผลักดันให้ไทยต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างสู่เศรษฐกิจสีเขียวในระดับชาติ ทั้งด้านพลังงานสะอาดและกลไกภาครัฐ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ CBAM กำลังเปลี่ยนจากกฎด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะกลุ่มสินค้า ไปสู่กติกาการค้าโลกชุดใหม่ที่ส่งแรงสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตทั่วโลก เดิมที CBAM ครอบคลุมสินค้าที่ใช้คาร์บอนเข้มข้น เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน เท่านั้น

แต่ทิศทางนโยบายล่าสุดของยุโรปกำลังบ่งชี้ว่ามาตรการนี้กำลังขยายจากวัตถุดิบต้นนํ้าไปยังสินค้าปลายนํ้าที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบสำคัญ ตั้งแต่เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์เฉพาะทางในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ความเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญมาก เพราะทำให้ “คาร์บอนแฝง” กลายเป็นต้นทุนในสินค้า จากเดิมที่หลายฝ่ายอาจมองว่าเป็นเพียงตัวเลขในรายงานความยั่งยืน ผู้ผลิตที่ส่งออกสินค้าไปยุโรปจะต้องพิสูจน์ว่าวัตถุดิบมาจากไหน ใช้ไฟฟ้าจากแหล่งใด กระบวนการผลิตปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร และข้อมูลเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานที่ยอมรับได้หรือไม่

หากพิสูจน์ไม่ได้ ผู้นำเข้าในยุโรปอาจต้องใช้ค่ามาตรฐานที่สูงกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที ดังนั้น การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันแค่ราคา คุณภาพ และระยะเวลาส่งมอบ หากยังรวมถึงความสามารถในการวัด ลด และรับรองคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทานด้วย

เหตุผลทางการเมืองของยุโรปอยู่ที่การป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน เพราะหากผู้ผลิตในยุโรปต้องจ่ายต้นทุนคาร์บอนภายใต้ระบบ EU ETS ขณะที่สินค้านำเข้าจากประเทศที่กฎสิ่งแวดล้อมอ่อนกว่าไม่ต้องแบกรับต้นทุนใกล้เคียงกัน บริษัทในยุโรปก็จะเสียเปรียบ และอาจย้ายฐานการผลิตออกนอกภูมิภาค

ผลลัพธ์คือการปล่อยคาร์บอนในภาพรวมไม่ได้ลดลง เพียงย้ายแหล่งปล่อยจากยุโรปไปประเทศอื่น CBAM จึงเป็นทั้งนโยบายสิ่งแวดล้อม เครื่องมือด้านอุตสาหกรรม มาตรการทางการค้า และยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยุโรปใช้ปกป้องความสามารถในการแข่งขันของตนเอง พร้อมกับส่งออกมาตรฐานเศรษฐกิจสีเขียวไปยังประเทศคู่ค้า

สำหรับไทย ผลกระทบจะขยายกว้างกว่าผู้ส่งออกเหล็กหรืออะลูมิเนียมโดยตรง เพราะสินค้าปลายนํ้าจำนวนมากมีโลหะเป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ก่อสร้าง และสินค้าอุตสาหกรรมเฉพาะทาง

หากสินค้าเหล่านี้ถูกเพิ่มเข้าไปในขอบเขต CBAM ผู้ผลิตไทยจะถูกคู่ค้าในยุโรปขอข้อมูลคาร์บอนมากขึ้น แม้ภาระทางกฎหมายโดยตรงจะอยู่กับผู้นำเข้าในยุโรปก็ตาม ตัวอย่างเช่น โรงงานไทยที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อาจต้องแสดงข้อมูลว่าเหล็กที่ใช้มาจากซัพพลายเออร์ใด มีคาร์บอนแฝงเท่าไร ใช้ไฟฟ้าจากระบบที่มีสัดส่วนพลังงานสะอาดมากน้อยเพียงใด และมีเอกสารรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่

การขยายขอบเขตมาตรการเช่นนี้ของยุโรป กำลังผลักให้ไทยต้องจริงจังกับการเปลี่ยนผ่านสีเขียวในระดับชาติมากขึ้น เพราะคอขวดจำนวนมากอยู่ในระดับโครงสร้าง เช่น การเข้าถึงไฟฟ้าสะอาด ระบบสายส่ง ตลาดซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง กฎหมายโลกร้อน กลไกราคาคาร์บอน มาตรฐานการวัดคาร์บอน และจำนวนผู้ตรวจสอบรับรองที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

หากรัฐบาลยังปล่อยให้ผู้ประกอบการแต่ละรายแก้ปัญหาเอง ต้นทุนการปรับตัวจะสูง โดยเฉพาะ SMEs ที่เป็นซัพพลายเออร์หลักในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ซึ่งอาจถูกคัดออกจากตลาดหากไม่สามารถจัดทำข้อมูลคาร์บอนหรือปรับกระบวนการผลิตได้ทัน

เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่เร่งด่วนสำหรับรัฐบาลที่ต้องเร่งขับเคลื่อนเพราะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมากที่ต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนใหม่ ๆ ของระบบการผลิตของประเทศไทย

สถาบันการเงินและรัฐควรร่วมกันออกแบบสินเชื่อสีเขียวดอกเบี้ยตํ่า หรือกลไกคํ้าประกันความเสี่ยง เพื่อช่วยให้ SMEs ลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักร ทำบัญชีคาร์บอน และเข้าสู่มาตรฐานสากลได้มากยิ่งขึ้น เพราะนี่คือตลาดแรงงานขนาดใหญ่ของประเทศไทย

ท้ายที่สุด การขยายกรอบ CBAM คือสัญญาณว่าโลกการค้ากำลังเข้าสู่ยุคที่นโยบายอุตสาหกรรม นโยบายสิ่งแวดล้อม และนโยบายต่างประเทศเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ประเทศที่ปรับตัวช้าจะเผชิญต้นทุนสูงขึ้นและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

ขณะที่ประเทศที่เร่งสร้างระบบเศรษฐกิจคาร์บอนตํ่าตั้งแต่วันนี้จะมีโอกาสยกระดับตนเองเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานสีเขียวที่มีมูลค่าสูง สำหรับไทย คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราจะใช้แรงกดดันจาก CBAM เป็นจุดเปลี่ยนเพื่อปฏิรูปพลังงาน อุตสาหกรรม และระบบข้อมูลคาร์บอนของประเทศได้เร็วเพียงใด เพราะในโลกอนาคต ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เรื่องค่าแรงและมาตรการจูงใจด้านการลงทุนเท่านั้น แต่จะหมายรวมถึงโครงสร้างภาครัฐในการผลักดันการลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบด้วย


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.